วารสารทรัพยากรบุคคลรัฐสภา ปีที่ ๑๑ ฉบับที่ ๔ เดือนตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๗ (16/01/2568)
อ่านทั้งหมด...
วีดิทัศน์สำนักงานฯ
ห้องข่าว >> ภาพข่าว >> ภาพข่าวสำนักงานฯ
ประธานสนช. รับยื่นหนังสือจากผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา
๏ฟฝัน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ 22 ๏ฟฝ๏ฟฝ.๏ฟฝ. 2559
วันอังคารที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา ณ บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา ๑ ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รับยื่นหนังสือจากนายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา เรื่อง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา พ.ศ. .... โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการพระราชบัญญัติมาตรการทดแทนการฟ้องคดีอาญา พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ และมีข้อสังเกตให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาบางประการ และส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป ซึ่งศาลยุติธรรมพิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติมาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา พ.ศ. .... มีหลักการที่ขัดต่อหลักการที่สำคัญของสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและส่งผลกระทบต่อกระบวนการอำนวยความยุติธรรมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ดังนี้
๑. การกำหนดมาตรการต่าง ๆ ให้ผู้ต้องหาต้องปฏิบัติ เช่น การคุมประพฤติ การกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ เป็นการปฏิบัติต่อผู้ต้องหาเหล่านั้นเสมือนว่าเป็นผู้กระทำความผิดอาญา โดยปราศจากกระบวนการพิสูจน์ความผิดของบุคคลเหล่านั้น จึงเป็นการขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ต้องถือว่าบุคคลทุกคนต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาเป็นที่สุดของศาล
๒. การใช้อำนาจในการสั่งชะลอการฟ้องตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นมาตรการที่ปราศจากกระบวนการตรวจสอบจากองค์กรภายนอกผู้ใช้อำนาจ ทำให้ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลที่การใช้อำนาจรัฐควรจะต้องมีลักษณะสำคัญที่โปร่งใสต่อสาธารณชนและสามารถตรวจสอบจากองค์กรภายนอกได้
๓. การตัดสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางศาลของผู้เสียหาย เนื่องจากตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีบทบัญญัติที่ตัดสิทธิของผู้เสียหายที่ประสงค์จะใช้สิทธิทางศาลของตนและมีบทบังคับห้ามมิให้ศาลดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีต่อไป แม้กระทั่งในกรณีที่ผู้เสียหายประสงค์จะใช้สิทธิทางศาลของตนและนำคดีมาฟ้องต่อศาลแล้วก็ตาม
๔. ระยะเวลาและอายุความในการดำเนินการกระบวนพิจารณาคดีอาญาอาจขยายไปได้จนแทบไม่มีข้อจำกัดหากมีคำสั่งให้ใช้มาตรการแทนการฟ้องอันจะทำให้พยานหลักฐานที่สำคัญสูญหายหรือเสียหายไปจนไม่สามารถใช้ในการพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหาหากมีความจำเป็นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลต่อไป ซึ่งจะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมในระยะยาว
Download all images